ชีวประวัติของ ท่านฏ็อลหะฮฺ บิน อุบัยดิลลาฮฺ
ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์
แท้จริงมวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ขอพรอันประเสริฐและความศานติจงมีแด่ศาสนทูตของพระองค์ ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีหุ้นส่วนใดๆ เทียบเคียงพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
และนี้ก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่ถ่ายทอดชีวประวัติของบุรุษผู้หนึ่งที่มี บทบาทสำคัญต่อประชาติชาติอิสลาม เป็นหนึ่งในเหล่าวีรบุรุษแห่งอิสลาม และเป็นหนึ่งในบรรดาสาวก (เศาะหาบะฮฺ) ของท่านนบีมุหัมมัด
เศาะหาบะฮฺท่านนี้ ได้เข้าร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านเราะสูล
ท่านคือหนึ่งในแปดคนที่เข้ารับอิสลามในยุคแรกๆ ท่านมีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเรื่องการรบ เป็นผู้ที่เก่งกาจเรื่องการขี่ม้า และมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทั้งนี้ ท่านได้สร้างผลงานและวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ในสงครามอุหุด ท่านเราะสูล
ท่านอบูบักรฺเองก็เช่นกัน เมื่อท่านนึกถึงสงครามอุหุด ท่านจะกล่าวว่า “สงครามอุหุดทั้งหมดเป็นวันของชายผู้นั้น (หมายถึงท่านฏ็อลหะฮฺ)”
และเมื่อท่านนบี
ท่านผู้นี้คืออัศวินของอิสลาม ฏ็อลหะฮฺ บิน อุบัยดิลลาฮฺ บิน อุสมาน อัล-กุเราะชีย์ อัตตัยมีย์ มีชื่อเล่นว่า อบูมุหัมมัด ท่านเป็นที่รู้จักในนามว่า ฎ็อลฮะฮฺ “อัล-ค็อยรฺ” (ผู้มีความดีงาม) และฏ็อลหะฮฺ “อัล-ฟัยยาฎ” (ผู้ใจบุญ) เพราะความเมตตากรุณาและเผื่อแผ่ของท่าน
มูซาบุตรชายของท่านได้เล่าถึงลักษณะของบิดาของตนว่า
“พ่อของฉันเป็นคนผิวขาวอมแดง ร่างไม่สูงมาก ค่อนไปทางเตี้ย อกผายไหล่ผึ่ง
และเท้าใหญ่ ในช่วงแรกที่ท่านเข้ารับอิสลาม ท่านได้ถูกทรมานอย่างหนัก
ครั้งหนึ่งเนาฟัล อิบนุ คุวัยลิด ได้จับท่านและท่านอบูบักรฺ อัศศิดดีก
มาทรมาน โดยมัดทั้งสองเข้าด้วยเชือกเส้นเดียว
โดยเผ่าบนูตะมีมไม่ได้ช่วยเหลือพวกท่านแต่อย่างใด
เนาฟัลทำการทรมานทั้งสองอย่างสาหัส เพื่อกดดันให้ทั้งสองยอมละทิ้งอิสลาม
และกลับไปเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาดังเดิม แต่ด้วยแรงศรัทธาที่มั่นคง
ทั้งสองได้ยืนหยัดที่จะเป็นมุสลิมต่อไป
และไม่ยอมสยบต่อแรงกดดันที่แสนทรมานนั้นเลยแม้แต่น้อย”มีหลายเหตุการณ์ที่เศาะหาบะฮฺท่านนี้แสดงออกถึงความเป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญ และเสียสละเพื่อศาสนา และหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิสลาม คือเหตุการณ์เมื่อครั้งสงครามอุฮุด ซึ่งท่านได้เสียสละทั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อปกป้องท่านนบี
มีรายงานจากท่านก็อยสฺ บิน อบี หาซิม เล่าว่า
“ฉันเห็นมือของท่านฏ็อลหะฮฺขาด จากการปกป้องท่านนบี
(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3724)
ในอีกรายงานหนึ่งท่านซุเบรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า
“ในสงครามอุหุด ท่านเราะสูล
(บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3738)
และมีรายงานซึ่งบันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ และมุสลิม จากท่านอบูอุษมาน เล่าว่า
“ไม่เหลือใครที่อยู่เคียงข้างท่านนบี
ในตอนนั้น นอกจากท่านฏ็อลหะฮฺ และท่านสะอัด”
(หะดีษเลขที่ 3722)
และหนึ่งในความประเสริฐที่ยิ่งใหญ่ของท่านฏ็อลหะฮฺ
คือสิ่งที่ปรากฏในรายงานซึ่งบันทึกโดยอัตติรมิซีย์ จากท่านญาบิรฺ
เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่าท่านนบี
« مَنْ سَرَّهُ أَنْ يَنْظُرَ إِلَى شَهِيدٍ يَمْشِي عَلَى وَجْهِ الأَرْضِ فَلْيَنْظُرْ إِلَى طَلْحَةَ بْنِ عُبَيْدِ اللَّهِ »
“ผู้ใดมีความยินดีที่จะเห็นชะฮีดเดินอยู่บนหน้าแผ่นดินก็จงมองไปยังฏ็อลหะฮฺ บิน อุบัยดิลลาฮฺ”
(หะดีษเลขที่ 3739)
และในรายงานอีกบทหนึ่ง ท่านมูซา บิน ฏ็อลหะฮฺ ได้เล่าว่า ฉันได้เข้าไปหาท่านมุอาวิยะฮฺ แล้วท่านก็กล่าวแก่ฉันว่า ฉันจะแจ้งข่าวดีแก่ท่านเอาไหม?
ฉันได้ยินท่านเราะสูล
กล่าวว่า “ฏ็อลหะฮฺ คือหนึ่งในผู้ที่ได้พลีชีพเพื่อหนทางของอัลลอฮฺ“
(บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3740)
นักวิชาการระบุว่า
หะดีษข้างต้นอธิบายได้ว่าท่านได้เสียสละชีวิตของท่านเพื่อหนทางของอัลลอฮฺ
จนไม่เหลืออะไรเลยระหว่างท่านกับความตาย เหมือนกับคนที่ได้ตายชะฮีดไปแล้ว
แม้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่อีกก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าท่านฏ็อลหะฮฺเป็นผู้ที่มีความกรุณาเผื่อแผ่ รักการให้ทาน และมีความมุ่งมั่นอุตสาหะ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงถูกขนานนามว่า “ฏ็อลหะฮฺผู้ใจบุญ”
ท่านเกาะบีเศาะฮฺ บิน ญาบิรฺ เราะฎิยัลลอฮุฮันฮฺ กล่าวว่า
“ฉันได้เป็นสหายกับท่านฏ็อลหะฮฺ
แล้วฉันก็ไม่เคยเห็นใครที่มอบทรัพย์สินของตนเองเป็นจำนวนมากแก่ผู้อื่นโดย
ที่ไม่ทันจะได้ถูกขอเช่นท่านฏ็อลหะฮฺ”
อัลหาฟิซ อิบนุหะญัรฺ ได้ระบุในหนังสือ อัล-อิศอบะฮฺ ของท่านว่า
“ท่านฏ็อลหะฮฺถูกสังหารโดย มัรวาน บิน อัล-หะกัม ในสงคราม อัลญะมัล”
ส่วนยะอฺกูบ บิน สุฟยาน ได้บันทึกไว้ในหนังสือ อัลมะอฺริฟะฮฺ วัตตารีค
จากก็อยสฺ บิน อบีหาซิม เล่าว่า
“ในสงครามอัลญะมัลเมื่อมัรวานเห็นท่านฏ็อลหะฮฺ ก็กล่าวขึ้นว่า
ชายผู้นี้คือคนหนึ่งที่มีส่วนในการสังหารท่านอุษมาน
ว่าแล้วเขาก็ได้ยิงลูกธนูไปที่หัวเข่าของท่านฏ็อลหะฮฺ
ทำให้เลือดไหลออกมาไม่หยุดกระทั่งท่านเสียชีวิต”
(อัล-อิศอบะฮฺ เล่ม 3 หน้า 292 โดย อิบนุหะญัรฺระบุว่าเป็นสายรายงานที่ถูกต้อง)
อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า
“เราขอเป็นพยานยืนยันต่ออัลลลอฮฺว่าเราเกลียดชังบรรดาผู้ที่สังหารเศาะหาบะ
ฮฺเช่น ท่านฏ็อลหะฮฺ ท่านซุเบรฺ หรือท่านอะลี
และเราขอยืนยันต่อพระองค์ว่าเราไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขาเหล่านั้น
ทั้งนี้ เราขอมอบหมายการตัดสินสิ่งที่พวกเขากระทำให้เป็นสิทธิ์ของพระองค์”
(ตารีค อัล-อิสลาม หน้า 654 โดยย่อ)
หลังสงครามอัลญะมัล
ท่านอิมรอน บิน ฏ็อลหะฮฺได้เข้าไปหาท่านอะลี บิน อบี ฏอลิบ
ท่านอะลีได้ต้อนรับและเชิญให้ท่านอิมรอนเข้าไปใกล้ท่าน พร้อมกล่าวว่า ฉันหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงให้ฉัน บิดาของท่าน และท่านซุเบรฺ บิน เอาวาม ได้อยู่ในหมู่ผู้ที่ถูกกล่าวถึงว่า
﴿ وَنَزَعۡنَا مَا فِي صُدُورِهِم مِّنۡ غِلٍّ إِخۡوَٰنًا عَلَىٰ سُرُرٖ مُّتَقَٰبِلِينَ ٤٧ ﴾ [الحجر: ٤٧]
“และเราได้ขจัดความขุ่นแค้นที่มีอยู่ในหัวอกของพวกเขา ให้กลายเป็นพี่น้องกัน โดยพำนักอยู่บนเตียงหันหน้าเข้าหากัน”
(อัล-หิญรฺ: 47)
ท่านเสียชีวิตในปีฮิจญฺเราะฮ์ศักราชที่ 36 เดือนญุมาดัลอาคิรฺ ขณะที่อายุได้ 64 ปี
ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยต่อท่านฏ็อลหะฮฺ
และทรงตอบแทนท่านในความดีงามที่ท่านสร้างไว้เพื่ออิสลามและชาวมุสลิมด้วยการ
ตอบแทนที่ดีที่สุด
และขอให้เราได้อยู่ร่วมกับท่านในสวนสวรรค์อันมีเกียรติของพระองค์ด้วยเถิดแปลโดย : มาวัดดะห์ จะปะกียา / Islamhouse
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น